แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ CHANBAEK แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ CHANBAEK แสดงบทความทั้งหมด

3/09/2558

ร่วมโปรเจควันเกิดบยอนแบคฮยอน ♡ { Baekhyun's BD Project 2015 }



            สวัสดีค่ะ...นับเวลาถอยหลังอีกไม่มีเดือนก็จะถึงวันเกิดแบคฮยอนแล้ว ปีนี้ทางบ้านเราเลยขอเปิดโปรเจคเร็วหน่อย เพราะกลัวว่าจะไม่ทัน ^ - ^




            ทางบ้านเรา (CHANBAEK-FAMILY) ได้จัดทำโปรเจควันเกิดชานยอลและแบคฮยอนไปแล้ว 4 รอบ และทุกๆ รอบก็ได้รับการสนับสนุนจากลูกบ้านเป็นอย่างดี ^/|\^

     ครั้งนี้… ทางชานแบคแฟมฯ ได้จัดทำ โปรเจควันเกิดแบคฮยอนขึ้น รอบนี้มีบ้านชานแบคเวียดนาม (@ChanBaekVN) และชานแบคยูเนี่ยน (@chanbaekunion) เข้าร่วมด้วยนะคะ ^ - ^ โดยจะส่งของขวัญไปให้แบคฮยอน ของขวัญจะมีด้วยกันหลายอย่างเช่น เค้กวันเกิด (เหมือนของชานยอลและแบคฮยอนปีที่แล้ว) นาฬิกา หรือเสื้อผ้า ขึ้นอยู่กับยอดเงินที่ได้จากการเปิดโดเนท และจะส่งคุกกี้ข้อความให้น้องป๋ายของเราด้วย สำหรับผู้ที่จะฝากเป็นข้อความคุกกี้ต้องโดเนทขั้นต่ำ 350 บาทขึ้นไป เป็นข้อความสั้นๆ ที่จะติดห่อคุกกี้นะคะ




รูปการทำโปรเจคของปีที่ผ่านๆ มาค่ะ
























และทางบ้านเราจะเปิดโดเนทค่าของขวัญนะคะ...  เปิดโดเนททุกบาทไม่มีขั้นต่ำ

ยอดโดเนท 200 บาท ขึ้นไป  รับโปสเตอร์ขนาด A4 แบคฮยอน และโปสการ์ดชานแบค 3 ใบ

ยอดโดเนท 350 บาท เป็นต้นไป  สามารถฝากข้อความถึงแบคฮยอนได้ และรับโปสเตอร์ขนาด A4 แบคฮยอน จำนวน 2 ใบ และโปสการ์ดชานแบคอีก 3 ใบ แบคฮยอน 3 ใบ (อาจมีเพิ่ม)

ยอดโดเนทตั้งแต่ 600 บาท ขึ้นไป  รับตุ๊กตาแบคฮยอน 6 นิ้ว และมินิโฟโตการ์ดแบคฮยอน 3 ใบ ชานแบคอีก 5 ใบ (มีเพิ่มแน่นอน ขออุบไว้ก่อนนะ J )

ยอดโดเนทตั้งแต่ 1000 บาท ขึ้นไป รับตุ๊กตาแบคฮยอน 6 นิ้ว และกิฟเซตชานแบค(2nd anniversary) ของขวัญจากชานแบคแฟมฯ แบบ Limited Etidtion (ความลับ)

ยอดโดเนทตั้งแต่ 1500 บาท ขึ้นไป  รับตุ๊กตาแบคฮยอน ขนาด 15 นิ้ว พร้อมโปสการ์ดแบคฮยอน 10 ใบ ชานแบคอีก 10 ใบ และของขวัญจากชานแบคแฟมฯ แบบ Limited Etidtion

         ♡ ยอดโดเนทตั้งแต่ 2000 บาท ขึ้นไป  รับตุ๊กตาแบคฮยอน ขนาด 15 นิ้ว พร้อมCHANBAEK Story book 1ST Fanbook by. CHANBAEK FAMILY (รายละเอียดจะตามมาทีหลัง) และอื่นๆ ตามความเหมาะสม อาจมีของจากบ้านแฟนเบสต่างประเทศที่ร่วมกับบ้านชานแบคแฟมฯ


ทุกยอดโดเนทได้รับ เข็มกลัดจากชานแบคแฟมฯ
PS. ของขวัญอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และของขวัญสำหรับคนที่โดเนทจะจัดส่งให้หลังวันเกิดแบคฮยอน ประมาณช่วงปลายเดือนพฤษภาคมค่ะ

# หมดเขตโดเนทวันที่ 1 พฤษภาคม 2015 นี้ !!!



ช่องทางการโดเนท

โอนเงินมาที่...
ชื่อบัญชี SOMRUTHAI MAS.
เลขบัญชี NO. 404-232525-8 ประเภทออมทรัพย์
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเทสโก้โลตัสชุมแพ


เมื่อโอนแล้วให้แนบสลิปส่งอีเมลล์มาได้ที่ chanbaek.familyth@gmail.com
* สำหรับคนที่โดเนทตั้งแต่ 350 บาทขั้นไป สามารถฝากคุกกี้ข้อความ โดยเขียนเป็นข้อความสั้นๆ แนบมาพร้อมกับแจ้งโอนเงินเลยนะคะ

แบบฟอร์มแจ้งโดเนท
หัวข้ออีเมลล์ : แจ้งโดเนท
ชื่อ :
โอนวันที่ / เวลา :
ที่อยู่ (สำหรับคนที่โดเนท 200 บาทขึ้นไป เพื่อที่จะได้ส่งของขวัญไปให้) :
คุกกี้ข้อความ (สำหรับยอดโดเนท 350 บาทขึ้นไป) : ภาษา อังกฤษหรือ เกาหลีเท่านั้นน้า

# อย่าลืมสแกนหรือถ่ายรูปสลิปการโอนมาด้วย



และจะเปิดรับฝากของขวัญสำหรับคนที่อยากให้ของขวัญวันเกิดแบคฮยอนกันนะคะ ของขวัญจะถึงมือป๋ายแน่นอนค่ะเพราะแอดมินบินไปเกาหลีเอง โปรเจคแบคฮยอนปีนี้แอดมินตั้งใจมากจริงๆ หวังว่าจะได้รับความสนับสนุนจากทุกคนเหมือนครั้งที่ผ่านมานะคะ J

ของขวัญที่รับฝากเช่น เสื้อผ้า น้ำหอม นาฬิกา หรือของใช้ส่วนตัวต่างๆ
* ไม่รับของกิน หรือของที่เสียหายง่ายนะคะ เช่น ขวดโหล แผ่นแบนเนอร์ใหญ่ แผ่นฟิวเจอร์บอร์ด ตุ๊กตาตัวใหญ่ ฯลฯ และของขวัญไม่ต้องห่อนะคะ ทางเราจะห่อให้

และขอคิดค่าฝากของตามน้ำหนัก เพราะต้องโหลดใต้เครื่อง ของขวัญบางส่วนอาจจะส่งไปก่อนค่ะ (แนบเงินมาพร้อมกับของขวัญ)
1. การ์ดอวยพรวันเกิด หรือรูปถ่าย โปสการ์ดชิ้นเล็ก ชิ้นละ 20 บาท
2. เสื้อผ้า กางเกง หรือของที่น้ำหนักพอๆ กัน ชิ้นละ 60 บาท
3. สิ่งของที่เป็นชิ้นใหญ่ๆ หรือน้ำหนักเยอะ เช่น ตุ๊กตา (ขนาดใหญ่) นาฬิกา รองเท้า ชิ้นละ 80 บาท

ไซส์ของใช้แบคฮยอน
เสื้อ : ไซส์ L ถ้าเป็นไซส์ยุโรป เบอร์ M น่าจะพอดีค่ะ ^^
รองเท้า : ไซส์ 42  (หรือ KR 260 mm, US 8 และ UK 7.5)
สีที่แบคฮยอนชอบ : สีดำ

ส่งของขวัญมาได้ที่...
CHANBAEK FAMILY (ฝากของขวัญให้แบคฮยอน)
91 .5 ชุมแพ อชุมแพ
ขอนแก่น 40130

** สิ่งของจำพวกน้ำหอม นาฬิกา เคสมือถือ อย่าลืมห่อซองกันกระแทกมาด้วยนะคะ
*** ถ้าของขวัญถึงมือแอดมินแล้วจะแจ้งให้ทราบทางทวิตเตอร์หรือแฟนเพจของบ้านค่ะ

# ปิดรับของขวัญวันที่ 20 เมษายน 2015 นี้ !!!




แอดมินจะนัดรับของขวัญด้วยกันทั้งหมด 3 ที่

- ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2015 นี้เป็นต้นไป ที่ . ลำปาง
สถานที่ : ในเซ็นทรัล ลำปาง (สามารถแจ้งร้านเองได้ค่ะ เดี๋ยวแอดไปหา) ตั้งแต่ 16.30 . เป็นต้นไปเท่านั้น (แอดมีเรียนปรับพื้นฐานที่อาชีวะค่ะ ใครสะดวกมารอที่หน้าวิทลัยก็ดีเนอะ)
ช่องทางติดต่อ : โทร. 087-578-7480, Line ID. mayxsehun (Ms หรือ 'เม' ก็ได้)

- วันเสาร์ที่ 25เมษายน 2015 ที่ งาน #มีตชานแบค 

- วันอาทิตย์ที่ 26เมษายน
สถานที่  สยามฯ (สถานที่จะแจ้งให้ทราบอีกที) เวลา 12.00 . จนถึง 15.30 .
ช่องทางติดต่อ โทร. 087-634-1809, Line ID. 05062711 (แอดมินปุ้ม)

* หรือถ้าใครสะดวกเวลาอื่นให้ไลน์มาสอบถามก่อนได้จ้า :D
PS. วงเล็บข้างหลังคือช่องทางการติดต่อแอดมินที่ไปนัดรับนะคะ เผื่อหากันไม่เจอ ^^



เช็ครายชื่อคนโดเนทได้ตามลิ้งด้านล่างจ้า



หวังว่าโปรเจคครั้งนี้จะได้รับการสนับสนุนจากทุกคนเหมือนที่ผ่านมานะคะ
THANK YOU ALL FOR SUPPORT




หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Fanpage : CHANBAEK-FAMILY THAILAND
Ask : ask.fm/CHANBAEK_FAMILY
Twitter : @CHANBAEK_FAMILY
Line & Kakao ID : 05062711


















9/29/2556

{CHANBAEK-FAMILY} SF บันทึกของแบคฮยอน

ข้อที่ 1. วิธีแก้นิสัยปากเสีย

ข้อที่ 2. วิธีแก้นิสัยดื้อเงียบ

ข้อที่ 3. วิธีแก้นิสัยคนช่างยั่ว 


- - - - - - - -



"อ้าวเห้ย ไอ้คนลากดอลลี่มันหายหัวไปไหนวะ ไม่สนใจงานเลย มันอยู่ไหน ไปตามดิ๊!" เสียงของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้กำกับดังขึ้นด้วยความหงุดหงิด เสียงทุ้มต่ำที่ตะโกนขึ้นสูงสวนทางกับเสียงของตัวเองนั้นไม่ค่อยจะเข้ากันสักเท่าไหร่ เพิ่มเสียงให้ดังขึ้นเพื่อหวังว่าคนถูกเรียกจะรับรู้ถึงมัน แต่ไม่ว่าจะตะโกนสักกี่ครั้งก็ไม่มีวี่แววว่าอีกคนจะปรากฏ นี่มันเลยเวลาถ่ายทำมาเกือบสิบนาทีแล้ว ทำไมคนประจำตำแหน่งนี้ถึงยังไม่มาอีกนะ 

แม้จะเป็นภาพอันคุ้นตาสำหรับคนที่ทำงานร่วมกันมาเป็นเวลาหลายปีหากแต่สำหรับนักศึกษาฝึกงานที่เพิ่งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมกลับไม่คิดอย่างนั้น คนตัวเล็กที่สวมแว่นตาเลนส์ใสได้แต่นึกตำหนิคนเจ้าอารมณ์ในใจ เลือกที่จะเงียบแทนการต่อว่าออกไปเหตุเพราะไม่อยากมีปัญหาโดยที่ยังไม่ทันจะได้เริ่มงาน

ที่ต้องเงียบ เพราะตอนพูด..

ปากมักจะพลอยหาเรื่องอยู่ตลอดเวลาเลยน่ะสิ

"คนอื่นเขาพร้อมกันหมดแล้ว เหลือแต่คนลากดอลลี่เนี่ย ให้ตาย หายไปไหนอีก ไอ้คนชำนาญนี่ทำไมต้องตามตัวยากด้วยวะ" ร่างสูงบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก ก่อนจะใช้มือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบไอโฟนคู่ใจขึ้นมาหวังจะกดต่อสายไปหาอีกคน แต่ก็ต้องหยุดการกระทำนั้นลงเมื่อตัวก่อปัญหาโผล่หน้ามาให้เห็นสักที

"ไปไหนมา'พี่ลู่หาน'! เลยเวลาถ่ายมาตั้งสิบนาทีแล้วนะพี่" 

"เอ้า ก็ทำไมไม่หาคนอื่นมาทำก่อนล่ะ"

"ภาพมันไม่นิ่งเหมือนที่พี่ทำน่ะสิ! รีบไปประจำที่ได้แล้ว เสียเวลามามากเกินพอแล้วนะครับ" แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นรุ่นพี่ แต่รุ่นน้องคนนี้ก็หาได้เกรงกลัวไม่ คนตัวสูงถือคติส่วนตัวที่ว่าหน้าที่ยังไงก็คือหน้าที่ เวลางานก็คือเวลางาน หากใครไม่รักษาเวลาก็ไม่มีข้อยกเว้นใดๆทั้งสิ้น 

"โอ๊ย'ปาร์คชานยอล' อย่าเสียงดังได้ปะ ฉันเป็นพี่แกนะเว้ย!"

"ไม่สนครับ ตอนนี้เป็นเวลางาน พี่ก็รู้ว่าผมเป็นคนยังไง ถ้าพี่ยังมาสายอีกผมจะไม่ไว้หน้าจริงๆด้วย" ร่างสูงบ่นยาวเหยียดก่อนจะพยักเพยิดหน้าไปทางรางรถเข็นที่คลับคล้ายคลับคลากับรางรถไฟขนาดเล็ก โดยส่วนบนมีกล้องสำหรับถ่ายทำวางไว้ 

คนถูกสั่งได้แต่มุ่ยหน้าด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยแต่ก็ยอมทำตามในที่สุด โดยไม่ลืมที่จะบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความคับแค้นใจ

"อย่าให้กลับบ้านใหญ่นะมึงไอ้ชานยอล ฮึ่ย!" 

ทั้งหมดทั้งมวลล้วนอยู่ในสายตาที่อยู่ภายใต้แว่นเลนส์ใสของใครบางคนด้วยความอยากรู้อยากเห็น คนตัวเล็กหยิบสมุดพกที่อยู่ภายในกระเป๋าสะพายของตัวเองขึ้นมาพร้อมกับปากกาสีดำ ก่อนจะเริ่มจดรายละเอียดยิกราวกับกลัวว่าข้อมูลทั้งหมดจะหายไป

'คนลากดอลลี่? Dolly Pusher (Luhan) ..อ่อดอลลี่ไม่ใช่ปลา แต่เป็นรถรางสำหรับถ่ายภาพ ต้องขึ้นไปนั่งบนดอลลี่แล้วเวลาถ่ายค่อยเลื่อนกล้องไปตามราง ต้องเลือกคนด้วย เพราะต้องการภาพนิ่งและดูมืออาชีพที่สุด'

ที่ต้องจด ไม่ใช่ว่าไม่เคยเรียนมา แต่ต้องการย้ำเตือนความจำของตัวเองเท่านั้น เพราะบางสิ่งบางอย่างแม้จะเรียนมาแทบตายแต่คนอย่าง'พยอนแบคฮยอน'ก็สามารถลืมได้เช่นกัน และอีกอย่าง เขาจะได้จดชื่อคนที่ทำตำแหน่งนั้นๆด้วยยังไงล่ะ

"เห้ยไอ้ตัวเล็กนั่นมัวยืนจดอะไรอยู่วะ รีบมาช่วยเช็ดหน้าเช็ดตาให้ศิลปินดิ" คนถูกเรียกถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงคนขี้เหวี่ยง เจ้าตัวลนลานเก็บสมุดและปากกาลงในกระเป๋าอย่างรวดเร็วก่อนจะวิ่งแจ้นเข้าไปหานักแสดงโดยที่ยังไม่ทันได้หยิบกระดาษซับหน้า

"ทำอะไรวะ ไม่เอากระดาษซับหน้าไปแล้วจะเช็ดให้ศิลปินได้ยังไง จะใช้มือเค็มๆเช็ดให้เขารึไงหึ๊เด็กใหม่" คนตัวสูงบ่นยาวพร้อมทั้งเดินไปหยุดยืนอยู่ข้างกายของคนตัวเล็กโดยไม่ลืมที่จะส่งกระดาษซับหน้าไปให้อีกคน

"..." อีกคนไม่ได้ตอบอะไร ทำเพียงแค่ยื่นมือออกมารับของไปก่อนจะก้มหัวขอบคุณเล็กน้อย มือเรียวค่อยๆเอื้อมไปซับที่ข้างแก้มของนักแสดงอย่างแผ่วเบา ขมวดคิ้วแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเหลือบตามองข้างกายแล้วพบว่าผู้กำกับจอมเหวี่ยงยังคงยืนแน่นิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน

ให้ของเสร็จก็ควรจะกลับไปนั่งที่ได้แล้วนี่นา..

"เด็กใหม่ไม่คิดจะแนะนำตัวหน่อยหรือไง อย่าคิดว่าคุณพ่อฝากมาแล้วจะทำอะไรตามใจก็ได้นะ"

เรื่องนี้นี่เอง..

"ผมแนะนำตัวไปแล้ว ตอนนั้นคุณผู้กำกับขี้เก๊กกำลังหลับได้ที่เลยนี่ครับ" คนตัวเล็กตอบกลับเสียงนิ่ง ชานยอลหน้าเสียเล็กน้อยที่ถูกอีกคนตอกกลับมาอย่างนั้น ซึ่งเขาก็ไม่คิดจะปฏิเสธหรอกเพราะที่ว่าหลับน่ะมันคือเรื่องจริง เพียงแต่แปลกใจเล็กน้อยที่มีคนอายุน้อยกว่ากล้าพูดกวนโมโหเขาแบบนี้ทั้งที่เพิ่งจะเคยเจอกันครั้งแรก แล้วก็ไอ้คำว่า 'ขี้เก๊ก' นี่อีก แม้น้ำเสียงจะดูนอบน้อมแต่คำพูดของคนตรงหน้ามันก็ทำให้เขาคิ้วกระตุกได้เหมือนกัน

เพราะพ่อใหญ่สินะ

"ไม่เคยมีใครสอนนายหรอว่าควรจะมีมารยาทกับคนที่อายุมากกว่า"

"ก็ตอนผมแนะนำตัวคุณไม่คิดจะสนใจผมเองนี่" พูดไปก็ซับหน้านักแสดงไป 

"พยอนแบคฮยอน!"

"คุณก็รู้ชื่อผมแล้วนี่นา แล้วจะถามผมทำไม" แบคฮยอนชะงักมือเล็กน้อยพร้อมกับหันมามองหน้าคนตัวสูงกว่า ก่อนจะละมือออกจากใบหน้าของนักแสดงเมื่อซับหน้าให้จนสะอาดแล้ว

"นายนี่มัน.."

"คุณผู้กำกับเอาแต่อารมณ์เสีย ไม่เบื่อบ้างหรอครับ ดูสิ หน้าย่นไปหมดแล้ว"

"แบคฮยอน!"

"นั่นไง เอาอีกแล้ว ระวังหน้าแก่ก่อนวัยอันควรนะครับ" แบคฮยอนพูดในระดับเสียงเดิมพร้อมกับส่งยิ้มบางๆอย่างที่ชอบทำไปให้อีกคนก่อนจะก้มหัวขอตัวเดินไปอีกทางที่ตอนนี้กำลังต้องการคนช่วยย้ายของเข้าไปในห้องแต่งตัวชั่วคราว โดยที่คนตัวสูงได้แต่มองตามหลังอีกคนไปด้วยความไม่สบอารมณ์

"ไอ้ตัวเล็กนั่นมัน.. ฮึ่ย!"


หลังจากที่ถ่ายทำกันจนกระทั่งตะวันลับฟ้าไปแล้ว บรรดาทีมงานต่างก็เร่งรีบช่วยกันจัดดินเนอร์มื้อเย็น โดยแบ่งเป็นส่วนๆ หน้าที่จัดโต๊ะ หน้าที่เก็บอุปกรณ์และเคลียร์พื้นที่ ส่วนหน้าที่ทำอาหารแน่นอนว่าต้องมอบให้กับคนละเอียดอ่อนอย่างผู้ดำเนินความต่อเนื่อง หรือที่เรียกกันว่า 'โดคยองซู' 

มื้อเย็นวันนี้คยองซูเลือกที่จะทำอาหารที่ตนถนัดที่สุดอย่างสปาเก็ตตีซอสหมู ด้วยความที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน ทำให้ผู้บริโภคไม่ออกปากบ่นเท่าไหร่นักที่อาหารมีเพียงประเภทเดียว ต่างคนต่างก็มุ่งความสนใจไปที่อาหารตรงหน้าโดยไม่แม้แต่จะสนทนากัน

จนกระทั่งอาหารเริ่มลดน้อยลงนั่นแหละจึงได้เริ่มพูดคุยกัน จากที่เงียบก็เริ่มมีบรรยากาศปาร์ตี้ขึ้นมาเรื่อยๆ จากความสนใจที่มีแค่อาหารในจานเพียงอย่างเดียว กับกลายเป็นการมุ่งความสนใจไปที่ประเด็นร้อนที่เริ่มยกขึ้นมาถกเถียงกันด้วยความสนุกสนาน แบคฮยอนทำเพียงหัวเราะไปกับบรรดาทีมงาน

"ทำไมแบคฮยอนไม่ค่อยพูดเลยอะ" คยองซูที่ตอนนี้ละออกมาจากวงสนทนาถามคนข้างกายด้วยความสงสัยพลางส่งยิ้มหวานให้อีกคนแบบที่ชอบทำ

"ผมไม่อยากมีปัญหาน่ะ ฮ่าๆๆ"

"หืม?" คำตอบของแบคฮยอนทำให้อีกคนแปลกใจเล็กน้อย คยองซูเลิกคิ้วมองคนข้างๆด้วยความงุนงง เมื่อเห็นดังนั้สแบคฮยอนจึงอธิบายขยายความให้ฟัง

"คือเวลาพูดทีไรปากผมมักจะหาเรื่องโดยไม่รู้ตัวน่ะครับ" คำอธิบายของแบคฮยอนส่งผลให้อีกคนคลายความสงสัยได้ในทันที คนขี้สงสัยหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะโยกหัวอีกคนไปมา

"พูดมาเถอะ พี่เข้าใจ ไม่ถือโทษโกรธอะไรหรอก"

"แน่นะพี่"

"แน่สิ"

"โอเคครับ"

"..."

"สปาเกตตี้พี่อร่อยมากเลยนะเนี้ย" แบคฮยอนก้มลงกินอาหารในจานเป็นคำสุดท้ายก่อนจะเอ่ยชมออกมา เรียกรอยยิ้มให้อีกคนได้ไม่ยากนัก

"ฮ่าๆๆ ของมันแน่อยู่แล้วล่ะ"

"ถึงแม้จะมีบางส่วนที่ห่วยไปหน่อยก็เถอะ"

"อะไรนะ!?" สรุปยังไงกันแน่นะเด็กคนนี้ เมื่อกี้ยังบอกว่าอร่อยอยู่เลยนี่นา คยองซูนึกบ่นในใจ

"เอ่อ.. ผมหมายถึงซอสของพี่มันเยอะเกินไปน่ะ" เมื่อเริ่มรู้สึกตัวว่าเผลอพูดสิ่งที่ไม่ดีออกไป แบคฮยอนก็รีบขยายความให้อีกคนฟังพลางก้มหัวขอโทษทันที

"พี่ว่าเราต้องดัดนิสัยใหม่ซะแล้วล่ะ"

"ยังไงหรอครับ"

"ระหว่างฝึกงานนี้คุณพ่อให้พักที่ไหน บ้านตัวเองหรือเปล่า" คำถามของคยองซูทำให้แบคฮยอนที่กำลังจะหยิบแก้วน้ำชะงักมือทันที

จริงสิ เขาเป็นคนขอคุณพ่อเองว่าการฝึกงานในครั้งนี้จะขอแยกออกมาอยู่ข้างนอก และฝึกใช้ชีวิตด้วยตนเอง โดยเริ่มจากศูนย์และค่อยๆไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงจุดที่คิดว่าเหมาะสมกับตนเอง

แต่ว่านะ..

เขาลืมเรื่องที่อยู่ไปซะสนิทเลยน่ะสิ!

"เอ่อ.."

"ยังไม่มีใช่ไหม"

"ก็.. ประมาณนั้นครับ" แบคฮยอนพยักหน้ารับอย่างช้าๆ คยองซูมองอีกคนก่อนจะยกยิ้มออกมา

"ดีเลย พี่จะได้ส่งเราไปดัดนิสัย"

"ที่ไหนครับ"

"ที่คอนโด"

"คอนโดพี่หรอ" คยองซูส่ายหน้าแทนคำตอบก่อนจะเหลือบสายตาไปยังหัวโต๊ะ แบคฮยอนมองตามอีกคนไปก่อนจะพบคนที่เคยปั้นหน้าเครียดมาตลอดการทำงานกำลังหัวเราะอย่างสนุกสนานกับเหล่าทีมงาน 

"..." คนตัวเล็กขมวดคิ้วสงสัยเล็กน้อยว่าคนข้างกายเขาต้องการจะสื่ออะไร แต่ไม่นานกนักจากที่เคยสงสัยใบหน้ากลับแปรเปลี่ยนไปเป็นความตกใจเมื่อได้รับคำตอบที่ชัดถ้อยชัดคำของอีกคน

"ผู้กำกับปาร์ค"



หลังจากจัดการทำความสะอาดโต๊ะอาหารเคลื่อนที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกคนต่างก็เคลื่อนย้ายกันกลับบ้าน วันนี้ยังไม่มีอะไรมากนักเพราะฉากที่ถ่ายทำยังอยู่ภายในโซล ทีมงานแต่ละคนจึงสามารถเดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้านของตนเองได้

จะเหลือก็แต่เด็กใหม่อย่างพยอนแบคฮยอนนี่แหละ..

"ผู้กำกับ!" เสียงร้องทักของคยองซูดังขึ้น ส่งผลให้เจ้าของร่างสูงที่กำลังจะเตรียมขึ้นรถต้องชะงักเท้าทันที

"มีอะไร" 

"ฝากเด็กนี่ไปอยู่ด้วยทีสิ" พูดเปล่าไม่พอ สองมือของเจ้าตัวยังดันหลังเด็กใหม่ให้ขยับเข้าไปเผชิญหน้ากับผู้กำกับจอมขี้เหวี่ยงอีกด้วย

"อะไรนะ" ชานยอลขมวดคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย ถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าเมื่อสักครู่นี้เขาไม่ได้ฟังอะไรผิดไป

"ฝากแบคฮยอนไปอยู่ด้วยหน่อย ไม่นานหรอก แค่ตลอดการฝึกงานเอง"

"ทำไมต้องฉันล่ะ"

"ดัดนิสัยเด็กมัน"

"เห้ยจะบ้าหรือไง" ใช่ จะบ้าหรือไง เขาไม่ใช่คนชอบรับเลี้ยงเด็กสักหน่อย

"ไม่บ้าหรอก ก็ผู้กำกับเข้มงวดดีนี่ ก็เลยคิดว่าน่าจะดัดนิสัยเด็กปากไม่ดีคนนี้ได้" คนถูดพาดพิงได้แต่มองคนทั้งสองสลับกันไปมา แม้จะถูกต่อว่าอยู่กลายๆแต่แบคฮยอนก็ไม่โกรธหรอก เคยได้ยินประโยคนี้มาจนชินซะแล้วล่ะ

"ทำไมนายไม่ดัดนิสัยเด็กคนนี้เองล่ะ เกี่ยวอะไรกับฉัน" ที่ต้องปฏิเสธไม่ใช่อะไรหรอก แม้ว่าที่ทำงานจะเข้มงวดมากก็จริง แต่ก็ใช่ว่าเวลาอยู่ที่คอนโดเขาจะต้องเป็นอย่างนี้เสมอไปหรอกนะ ตัวจริงของปาร์คชานยอลน่ะเป็นยังไงใครจะรู้นอกจากคนในครอบครัวและเพื่อนสนิทอย่าง'คิมจงแด'

"เถอะน่า นะครับผู้กำกับ ผมแค่ไม่อยากให้แบคฮยอนต้องโดนทำร้ายร่างกายในอนาคต"

"หมายความว่ายังไง"

"ก็ตามที่พูดนั่นแหละ ถ้าไม่ใช่พวกเรา ป่านนี้แบคฮยอนคงโดนซ้อมไปแล้ว"

"..." ดูเหมือนว่าคำอธิบายของคยองซูจะยังคงไม่สามารถคลายความสงสัยให้ผู้กำกับคิ้วขมวดมากเท่าไหร่นัก เมื่อเจ้าตัวเห็นดังนั้นจึงเริ่มพูดใหม่อีกที

"แบคฮยอนเป็นคนปากไม่ดี เวลาพูดมักจะพูดออกมาโดยไม่คิดและไม่รู้ตัว และถ้าเกิดเด็กคนนี้ยังคงติดนิสัยนี้อยู่ล่ะก็แย่แน่ ถ้าเจ้าตัวบังเอิญไปพูดอะไรกับไอ้พวกแก๊งอันธพาล มีหวังได้โดนทำร้ายกลับมาแน่ๆ ผมก็เลยคิดว่าอยากจะหาใครสักคนที่พอจะสามารถปรับเปลี่ยนนิสัยให้เด็กคนนี้ได้น่ะครับ"

"แล้วทำไมต้องเป็นฉันล่ะ กลับไปอยู่ที่บ้านตัวเองไม่ได้หรอ"

"ผู้กำกับก็รู้นี่นาว่าคุณพ่อของน้องไม่ค่อยว่าง อีกอย่างงานนี้แบคฮยอนก็ขอแยกออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเอง.."

"ใช้ชีวิตด้วยตัวเอง? แต่ที่พงที่พักนี่ไม่คิดจะหาเลยหรือไง"

"ถ้าคุณไม่เต็มใจให้ผมอยู่ก็ไม่เป็นไรครับ ผมจะระลึกไว้ว่าผู้กำกับปาร์คเป็นคนไร้หัวใจ" ในขณะที่คยองซูกำลังจะโน้มน้าวชานยอล คนตัวเล็กก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน ส่งผลให้คนทั้งสองหันขวับทันที

คนหนึ่งมองด้วยสายตาไม่เข้าใจ

คนหนึ่งมองด้วยสายตาเกรี้ยวโกรธ

"แบคฮยอน.." คยองซูหันไปพูดกับคนที่เด็กกว่าเสียงอ่อนพลางใช้มือข้างหนึ่งแตะลงไปที่ไหล่อีกคนเบาๆเพื่อปรามเล็กน้อย

"ตามใจ ถ้าอยากจะให้ฉันเป็นคนดัดนิสัยเด็กมารยาทแย่นักก็ตามมา แล้วอย่าร้องไห้งอแงวิ่งแจ้นไปฟ้องคุณพ่อก็แล้วกัน!" ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ แต่ปาร์คชานยอลก็ยังคิดไม่ออกเลยว่าคนอย่างเขาจะไปดัดนิสัยใครเขาได้ ที่รับปากไปนั้นเป็นเพราะความปากไวของเขาแท้ๆเลย



คนปกติมักจะทะเลาะกันด้วยเสียงที่ดังเพื่อโต้เถียงกันในเรื่องนั้นๆ แต่สำหรับผู้กำกับปาร์คและเด็กฝึกงานอย่างพยอนแบคฮยอนแล้วมันกลับแตกต่างออกไป เมื่อทั้งคู่เลือกที่จะเถียงกันหน้านิ่งเสียแทน 

ราวกับเป็นสงครามประสาทที่ใครเป็นฝ่ายตบะแตกก่อนก็แพ้ไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนที่ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายพ่ายก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้กำกับปาร์คที่แสนจะใจร้อน โชคดีนักที่รถเคลื่อนตัวเข้ามาจนถึงที่พักก่อนที่จะมีใครเป็นอะไรไป หลังจากที่พาคนตัวเล็กเดินเข้าไปในคอนโด คนตัวสูงก็จัดการโยนผ้าผืนใหญ่สองผืนให้อีกคนอย่างลวกๆก่อนจะเอ่ยวาจาออกมา

"ปูพื้น แล้วก็อาบน้ำนอนซะ จะเลือกผืนไหนปู ผืนไหนห่มก็ตามสบาย" พูดจบเจ้าตัวก็เร่งฝีเท้าเข้าไปในห้องน้ำทันทีโดยไม่สนใจสายตาที่มากด้วยคำถามของอีกคนที่ส่งตามหลังไปเลยแม้แต่น้อย

"ไอ้ผู้กำกับใจร้าย" แบคฮยอนบ่นออกมาเสียงเบาก่อนจะเริ่มกางผ้าปูที่นอนผืนใหญ่ลงบนพื้นข้างๆเตียงที่ตั้งอยู่

เตียงก็กว้าง ดันให้เขานอนพื้นซะได้

งกเป็นบ้าเลย

เมื่อจัดการที่นอนของตนเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว คิ้วทั้งสองของแบคฮยอนก็ต้องผูกเป็นปมอีกครั้งเมื่อมองไปบนที่นอนของตนเองแล้วเหมือนยังขาดอะไรไปบางอย่าง

"ผ้าปูที่นอน.."

"ผ้าห่ม.."

".. จริงสิ! ไม่มีหมอนนี่นา" เมื่อคิดได้ดังนั้น แบคฮยอนก็สอดส่องสายตาไปทั่วห้องทันที มองไปที่เตียงนอนหลังใหญ่ก่อนจะพบเพียงหมอนใบหนึ่ง

ถ้าหยิบมานอนจะเป็นอะไรไหมนะ

การกระทำไวยิ่งกว่าความคิด คนตัวเล็กค่อยๆคลานขึ้นไปบนเตียง เอื้อมแขนเล็กน้อยเพื่อคว้าเอาหมอนใบนั้น หากแต่ยังไม่ทันจะได้หยิบจับ ประตูห้องน้ำจากด้านหลังก็เปิดออกมาซะก่อน ตามมาด้วยเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นหู

"ทำอะไรน่ะ" แบคฮยอนหันกลับไปมองอีกคนก่อนจะต้องหน้าร้อนผ่าวเมื่อพบว่าอีกคนอยู่ในสภาพวาบหวิว นุ่งผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียวเท่านั้น หยดน้ำเกาะอยู่ตามผิวกายสีขาวน่าสัมผัส อกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงเล็กน้อยราวกับคนที่เพิ่งจะเหน็ดเหนื่อยมากับการทำอะไรมาสักอย่าง

"ผู้กำกับเป็นอะไร ทำไมหอบ" แบคฮยอนไม่ตอบแต่กลับพ่นคำถามใส่อีกคนแทน ในขณะเดียวกันก็ค่อยๆคลานลงจากเตียงอย่างเนียนๆ

"อยากรู้หรือไง" คราวนี้คนตัวสูงไม่ได้มีทีท่าโมโหแต่อย่างใด เขาถามขึ้นพลางกระตุกยิ้มในแบบที่ใครก็ไม่เคยเห็น

"ไม่อยาก คุณคงจะทำอะไรแย่ๆอยู่น่ะสิ"

"พูดแบบนี้นี่รู้หรือไงว่าฉันทำอะไรมา" พูดเสียงเบา พลางค่อยๆก้าวขาเข้าหาคนตัวเล็กอย่างช้าๆ คนที่นั่งอยู่บนพื้นได้แต่เงยหน้าขึ้นมองอีกคนอย่างหวาดๆแต่ก็ไม่คิดจะหลบหนีแต่อย่างใด

"ผมไม่ใช่พระเจ้านะที่จะรู้ไปซะทุกเรื่อง"

"อยากรู้ไหมว่าไอ้นิสัยปากไม่ดีแบบนี้ข้อแรกมันต้องแก้ยังไง" ชานยอลนั่งยองๆตรงหน้าคนตัวเล็กก่อนจะเลิกคิ้วถามอีกคน

"ถ้าผมรู้แล้วผมจะมาพูดจาแบบนี้ใส่คุณหรือไง"

"..."

"..."

"หึ เด็กหนอเด็ก.." สิ้นเสียงของชานยอล ร่างสูงก็คว้าหมับเข้าที่ต้นคอของคนตัวเล็ก ก่อนจะรั้งใบหน้าให้ขยับเข้ามาใกล้ๆแล้วจึงประกบริมฝีปากลงไปอย่างหนักหน่วง แบคฮยอนเบิกตาขึ้นกว้างด้วยความตกใจ ร่างทั้งร่างนิ่งสนิท ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ตอบรับสัมผัสอีกคนไปอย่างไม่รู้ตัว

ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากของคนตัวเล็กอย่างนึกสนุกที่กำลังจะได้ลิ้มลองรสชาติที่แปลกใหม่ เกี่ยวกระหวัดพันกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร ไวเท่าความคิด ร่างของคนทั้งสองต่างก็ล้มลงไปบนพื้นที่ถูกฉาบไปด้วยผ้าปูผืนใหญ่ที่แบคฮยอนเพิ่งจะปูไปได้ไม่นาน

ผู้กำกับหนุ่มสั่งสอนเด็กปากไม่ดีโดยการขบเม้มไปที่ริมฝีปากล่างของคนใต้อาณัติเบาๆก่อนจะเริ่มลงน้ำหนักมากขึ้นซ้ำไปซ้ำมาจนริมฝีปากล่างของอีกคนเริ่มบวมเจ่อจนเห็นได้ชัด 

แบคฮยอนส่งเสียงอู้อี้ออกมาด้วยความเจ็บแสบ อีกทั้งคนตัวเล็กก็เริ่มจะขาดอากาศหายใจแล้วด้วย เมื่อคนตัวสูงเห็นเช่นนั้นจึงกดริมฝีปากลงไปหนักๆเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะค่อยๆถอนริมฝีปากออกมาอย่างอ้อยอิ่ง

"จำและอย่าลืมจดไว้ในสมุดนั่นด้วยก็แล้วกันว่า..ต่อไป ถ้าพูดจาไม่ดีอีก นายจะต้องโดนแบบนี้" คนเป็นผู้กำกับเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งชี้นิ้วไปที่สมุดเล่มหนึ่งที่ล่วงออกมาจากกระเป๋าเป้ที่ไม่ได้รูดซิปของแบคฮยอน คนตัวเล็กมองตามนิ้วเรียวของอีกคนสลับกับใบหน้าคมคายก่อนจะพยักหน้าขึ้นลงอย่างช้าๆราวกับคนสติไม่อยู่กับตัวโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมา

"เขียนไว้ด้วยก็ได้นะว่า By Park Chanyeol"

"..." พยักหน้ารับรู้อีกครั้ง

"อืม หมอนอยู่ในตู้นั้น ถ้าจะนอนก็ไปหยิบมา" ชานยอลชี้นิ้วไปยังตู้ที่ตั้งอยู่ข้างๆตู้เสื้อผ้าก่อนจะลุกขึ้นยืน การเคลื่อนไหวของอีกคนทำให้แบคฮยอนที่นิ่งอยู่สามารถเรียกสติกลับคืนมาได้ก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยความไม่เข้าใจ

"ตู้ ? มันไม่สกปรกหรือไง จะให้ผมใช้หมอนจากตู้นั่นหรอครับ"

"ถ้าเรื่ิองมากเราจะโดนอะไรอีก อยากรู้ไหม" เมื่อได้ยินคำพูดของอีกคนแบคฮยอนก็รีบปิดปากเงียบทันที ก่อนจะยอมเดินไปหยิบหมอนออกมาจากตู้ดังกล่าว ส่งผลให้คนตัวสูงหลุดหัวเราะกับท่าทางของอีกคนเล็กน้อย

แกล้งเด็กนี่ก็สนุกไปอีกแบบแฮะ



หลังจากที่แบคฮยอนอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว พอเดินออกมาจากห้องน้ำก็พบว่าผู้กำกับจอมขี้แกล้งกำลังนอนหลับอยู่ หน้าตาก็ดูน่าคบหาดีอยู่หรอกนะ ถ้าไม่ติดนิสัยขี้โมโหและขี้แกล้งด้วยน่ะนะ แต่จะไปว่าใครเขาก็คงไม่ได้หรอก ในเมื่อตัวเขาเองก็มีนิสัยที่แก้ไม่หายอยู่เหมือนกัน และนั่นคงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้กำกับปาร์คไม่ค่อยจะชอบเขาล่ะมั้งนะ

แบคฮยอนเดินไปยังที่นอนของตนเอง ก่อนจะล้มตัวนอนคว่ำแล้วเอื้อมแขนไปหยิบสมุดบันทึกประจำตัวมาเปิด ดึงปากกาที่เหน็บไว้กับสมุดก่อนจะเริ่มจดบันทึกลงไป

'ถ้าพูดจาไม่ดี.. :xคนตัวเล็กเขียนไว้แค่นั้นก่อนจะต่อด้วยรูปวาดริมฝีปากเล็กๆต่อท้ายประโยค

นี่สมุดจดความรู้เกี่ยวกับการทำงานเบื้องหลังต้องกลายมาเป็นสมุดจดบันทึกวิธีแก้นิสัยเสียของเขางั้นหรอเนี้ย ?

'ปล.ผู้กำกับปาร์คนอกจากจะขี้เก๊กแล้วยังใจร้ายอีกต่างหาก'



แสงจากดวงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างเข้ามาเป็นสัญญาณเตือนคนที่ยังคงอยู่ในห้วงนิทราให้รับรู้ได้ว่าเช้าวันใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว 

แบคฮยอนค่อยๆบิดขี้เกียจอย่างช้าๆ ขยี้ตาเล็กน้อยเพื่อช่วยเร่งการปรับสภาพของตาให้เข้ากับแสงให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะค่อยๆใช้แขนข้างหนึ่งยันกายให้ลุกขึ้น เมื่อหันไปมองคนบนเตียงก็พบว่าร่างสูงยังคงนอนหลับอยู่เช่นเดิม คนตัวเล็กค่อยๆย่องเข้าห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำ แต่ก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อพบว่าบัดนี้ใบหน้าที่เคยขาวใสกลับแทนที่ด้วยผดผื่นเล็กๆเต็มใบหน้า

"อะไรเนี้ย" คนตัวเล็กบ่นไปพลางลูบตามตุ่มแดงๆบนใบหน้าไป รู้สึกคันยิบๆแต่ก็เลือกที่จะรั้งมือเอาไว้ไม่ให้เกา เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้อาการหนักยิ่งกว่าเดิมก็ได้ 

ในขณะเดียวกัน คนตัวสูงเมื่อเริ่มรู้สึกตัว พอหันไปมองดูที่นอนข้างเตียงไม่พบคนตัวเล็ก เจ้าตัวก็รีบเด้งตัวลุกขึ้นทันที เหลือบมองไปทางห้องน้ำก็พบว่าประตูถูกเปิดแง้มเอาไว้ ชานยอลลุกออกจากเตียงก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างเงียบเชียบโดยที่อีกคนไม่รู้ตัว

เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังลูบๆคลำๆใบหน้าของตนเองอยู่ที่หน้ากระจก ร่างสูงก็อดที่จะขมวดคิ้วสงสัยไม่ได้

"เป็นอะไร" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยส่งผลให้แบคฮยอนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าเบาๆเป็นคำตอบ แต่อีกคนกลับไปเชื่ออย่างนั้น สองขาก้าวเดินไปใกล้ๆคนตัวเล็กก่อนจะจับอีกคนให้หันมาเผชิญหน้าเมื่อเห็นว่าใบหน้าของแบคฮยอนในตอนนี้เต็มไปด้วยผดผื่น คนตัวสูงก็ขมวดคิ้วหนักขึ้นทันที

"ผื่นขึ้นเต็มเลย แพ้อะไรล่ะ" ชานยอลถามขึ้นด้วยความสงสัยพร้อมทั้งเอื้อมมือไปแตะที่ข้างแก้มของอีกคนอย่างแผ่วเบา

"หมอนของคุณนั่นแหละ สกปรก" เมื่อได้ยินคำตอบออกจากปากอีกคนก็ทำให้ผู้กำกับหน้าโหดถึงกับรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป นอกจากเปิดน้ำจากในอ่างแล้วค่อยๆบรรจงล้างหน้าให้อีกคนเบาๆ 

แบคฮยอนมองคนที่กำลังใช้น้ำสะอาดลูบข้างแก้มของตัวเองด้วยความรู้สึกประหลาดก่อนจะตัดสินใจปัดมืออีกคนออกแล้วเริ่มล้างหน้าด้วยตนเอง

แม้จะเห็นว่าแบคฮยอนแสดงกริยามารยาทที่ไม่สมควร แต่กระนั้นชานยอลก็ไม่ได้คิดที่จะต่อว่าอะไรเพราะเขารู้ว่าตนเองเป็นต้นเหตุให้คนตัวเล็กต้องเป็นแบบนี้ 

หลังจากที่คนตัวเล็กล้างหน้าจนสะอาดเรียบร้อยแล้ว ผู้กำกับจอมขี้เก๊กก็จูงมืออีกคนให้เดินตามไปยังตู้เก็บของที่ภายในประกอบไปด้วยอุปกรณ์ทำแผลนานาชนิด

"นั่งลงสิ ยืนมองอะไร" เมื่อเห็นว่าตั้งแต่เดินมาคนตัวเล็กก็เอาแต่จ้องเขาไม่วางตา ชานยอลจึงอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา ปกติก็ไม่ใช่คนชอบโหดนะเวลาอยู่ที่คอนโด แต่ไม่รู้ทำไม เห็นหน้าซื่อๆของอีกคนแล้วก็นึกอยากแกล้งขึ้นมาซะงั้น มันอดไม่ได้จริงๆแฮะ

"..." แบคฮยอนไม่ได้พูดอะไรออกไปแต่ก็ไม่ได้ขัดคำสั่งของอีกคน คนตัวเล็กกระแทกก้นลงบนเก้าอี้สีขาวสะอาดโดยที่ไม่ได้ละสายตาไปจากอีกคนเลยแม้แต่น้อย

"มองอะไร ไม่เคยเห็นคนหล่อหรือไง" และแล้วปาร์คชานยอลก็หลุดนิสัยเดิมออกมาจนได้

นิสัยหลงตัวเองน่ะสิ..

และคำพูดของอีกคนก็ทำให้แบคฮยอนหลุดขำออกมาเล็กน้อย คำพูดกับลุคที่แสดงออกมาไม่ได้เข้ากันเลยสักนิด ตีหน้าเครียดแต่กลับพูดจาติดตลกเนี้ยนะ เชื่อเขาเลย

"อะแฮ่ม! ขำอะไร" เมื่อเริ่มรู้สึกตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไป ชานยอลก็แกล้งทำเป็นกระแอมไอก่อนจะปั้นหน้าโหดเหมือนเดิม

"ฮ่ะๆ เปล่าครับ"

"ให้มันจริง" พูดเปล่าไม่พอ คนตัวสูงก็เอื้อมมือมาผลักหัวอีกคนเบาๆก่อนจะเปิดตู้แล้วหยิบกล่องที่ใช้สำหรับใส่ยาทาออกมา

"จะทำอะไรครับ"

"ทายาแก้ผดผื่นยังไงล่ะ ถามได้" สิ้นเสียง ผู้กำกับขี้เก๊กก็เริ่มแกะกล่องยาพร้อมทั้งเชยคางอีกคนขึ้นให้อยู่ในระดับสายตา ก่อนจะเริ่มบรรจงเกลี่ยนิ้วที่แต้มด้วยยาไปตามใบหน้าของอีกคนอย่างแผ่วเบา

แบคฮยอนมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตั้งใจของอีกคนด้วยความเพลิดเพลิน คิ้วดำขลับขมวดเข้าหากันจนเห็นได้ชัดถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของอีกคน จมูกโด่งรับกับใบหน้าคมคาย ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันในยามที่นิ้วแตะลงบนตำแหน่งที่มีตุ่มเม็ดเล็กสีแดง ผู้กำกับปาร์ค.. มองหน้าใกล้ๆแบบนี้ทำไมถึงทำให้หน้าอกข้างซ้ายเต้นแรงจังนะ

นิ้วเรียวเกลี่ยไปตามข้างแก้มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะค่อยๆละมือออกไป แบคฮยอนมองใบหน้าของอีกคนที่ตอนนี้คิ้วทั้งสองเริ่มคลายปมออกจากกันเรียบร้อยแล้ว คนตัวเล็กเผลอยกยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะก้มหัวเป็นเชิงขอบคุณ

"ขอบคุณครับ"

"เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม"

"หืม?"

"เอ่อ ช่างมันเถอะ ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ" เมื่อรู้สึกตัวว่าพูดอะไรออกไป ชานยอลก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที เขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรไป แต่เมื่อกี้.. ไม่รู้ทำไม พอได้เห็นรอยยิ้มหวานจากอีกคนในระยะประชิดแล้วก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ


หลังจากปฏิบัติภารกิจยามเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งผู้กำกับขี้เก๊กและเด็กใหม่ปากเสียก็เดินทางไปยังสถานที่ถ่ายทำทันที วันนี้พวกเขาจะยกกองถ่ายไปที่เกาะเชจู แน่นอนว่าต้องมีการค้างคืน โดยคนที่คอยจัดการเรื่องห้องและโรงแรมนั้นก็คือโดคยองซูเจ้าเก่าเจ้าเดิมนั่นเอง

"เห้ย ไอ้'คาเมร่าแมน'อ่ะ รีบแบกกล้องมาดิวะ" เสียงโวยวายอันคุ้นหูดังขึ้นทันทีที่มาถึงสถานที่ถ่ายทำ คนถูกเร่งก็ได้แต่หันมาทำหน้าคิ้วขมวดใส่ก่อนจะโวยวายกลับไป

"มึงนี่ยังไงฮึ ใช่หน้าที่กูปะที่ต้องขนลงจากรถอ่ะ"

"เห้ยๆ พูดกับผู้กำกับให้มันดีๆหน่อยครับคุณคิมจงแด"

"เออครับ ไอ้คุณผู้กำกับสุดประเสริฐ ไอ้เพื่อนเลิิ้บบบ" ประโยคหลังคนถูกต่อว่าอดไม่ได้ที่จะประชด แต่พวกเขาก็เพียงแค่หยอกล้อกันตามประสาเพื่อนเท่านั้นแหละ ไม่มีใครคิดอะไรมากหรอก

"เออไอ้จงแด แล้ว'โฟกัสพูลเลอร์' กับ 'แคลปเปอร์' ไปไหนล่ะ ไม่ได้นั่งรถมาด้วยกันหรอ" เมื่อมองหาผู้ช่วยผู้ถ่ายภาพทั้งสองไม่เจอ คุณผู้กำกับจึงเอ่ยถามเพื่อนสนิทขึ้น

"เออไม่ได้มาด้วยกัน เมื่อกี้โทรคุยกันแล้ว พี่มินซอกกับอาเทามาถึงก่อนก็เลยแวะไปซื้อขนมอยู่น่ะ" ผู้กำกับปาร์คพยักหน้าเข้าใจโดยไม่ลืมที่จะกำชับให้อีกคนเร่งให้ทั้งสองคนรีบกลับมายังสถานที่ถ่ายทำ 

แบคฮยอนที่ได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่ก็รีบก้มลงหยิบสมุดประจำตัวขึ้นมาก่อนจะเริ่มจดบันทึกทันที

'Camera Man (Jongdae) คือผู้ถ่ายภาพ (อันนี้ง่าย เราจำได้อยู่แล้ว)'

'Focuspuller (Minseok) ผู้ช่วยผู้ถ่ายภาพ(จำได้)'

'Claper (Tao) คนนี้ก็ผู้ช่วยเหมือนกัน แต่เป็นคนคอยช่วยวัดระยะภาพและบันทึก*สเลท (จำได้)'

- - - - -

*Slate - คือบอร์ดแสดงข้อมูลการถ่ายทำในแต่ละช็อต ซึ่งก่อนถ่ายทำจะต้องมีทีมงานนำสเลทมาโชว์ที่หน้ากล้องเพื่อบันทึกสิ่งที่กำลังจะถ่ายทำ เป็นประโยชน์ต่อการตัดต่อ

- - - - - 

"เอาล่ะ อาเทารีบมานี่เลย เราจะทำการถ่ายต่อแล้ว ฉากนี้ตากล้องอย่าลืมนะว่าเราจะต้องถ่ายเป็นอายเลเวลน่ะ เพราะเป็นฉากที่ต้องดึงคนดูเข้าไปในเหตุการณ์" ผู้กำกับปาร์คที่ตอนนี้เข้าสู่โหมดจริงจังเริ่มสั่งงานรายคนก่อนจะเริ่มนั่งลงบนเก้าอี้ประจำตัว โดยมีเด็กใหม่อย่างพยอนแบคฮยอนคอยยืนถือน้ำให้อยู่ข้างๆ

จะจดตอนนี้ก็ไม่ได้เพราะถือน้ำอยู่ แต่คงไม่เป็นอะไรหรอก เพราะสิ่งเหล่านี้เขาก็จำได้อยู่แล้ว

'Eye Level Angel - คือมุมระดับสายตานะไม่เกี่ยวกับนางฟ้า ใช้สำหรับการให้ความรู้สึกเป็นกันเองและเรียบง่ายกับผู้ชม'

"เฮ้ฉากตรงนั้นทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ ฝ่ายศิลป์ช่วยดูแลทีครับ" เมื่อเห็นว่าบริเวณฉากมีปัญหาเล็กน้อย จากที่ตอนแรกกำลังจะเริ่มสั่งแอคชั่นเป็นต้องชะงักทันทีที่ผู้กำกับปาร์คตะโกนออกมา

"เออๆ เดี๋ยวไปดูให้ สั่งจังเลยไอ้ชานยอล"

"พี่'คริส'อย่าบ่นดิ ผมเป็นผู้กำกับนะ ทุกอย่างต้องออกมาให้ดีที่สุดเว้ยครับ" อ๋อ คนชื่อคริสเป็นฝ่ายศิลป์นี่เอง.. แบคฮยอนพยักหน้าเข้าใจพร้อมทั้งจดจำตำแหน่งของคนๆนั้นไปด้วย

'Art director (Kris) ผู้กำกับฝ่ายศิลป์ คอยดูแลและตกแต่งฉาก'

"ทำไมคุณถึงเอาคนๆนั้นมาอยู่ฝ่ายศิลป์ ไม่เห็นจะได้เรื่องเลย" เมื่อเห็นว่าการตกแต่งฉากของผู้กำกับฝ่ายศิลป์นั้นห่วยแตกมาแค่ไหน คนตัวเล็กก็อดที่จะถามไม่ได้

"ปากเสียอีกแล้วนะ.."

"อุบ! .. ขอโทษ" เมื่อเห็นสายตาของอีกคนที่ถูกส่งมา คนตัวเล็กก็รีบยกมือขึ้นมาปิดปากของตัวเองทันทีก่อนจะพูดขอโทษเสียงอู้อี้ออกมา

เขาไม่อยากโดนจูบต่อหน้าคนมากมายแบบนี้หรอกนะ

"พี่คริสเป็นคนมีศิลปะจะตาย ไม่งั้นคนทั่วประเทศก็คงจะไม่มาดูหนังของเราหรอก" ชานยอลหัวเราะเบาๆก่อนจะเริ่มอธิบายออกมา

"นั่นเป็นเพราะคุณเป็นคนกำกับต่างหากล่ะ" 

"หืม ว่าไงนะ" คำพูดของอีกคนซึ่งออกแนวชมคนเป็นผู้กำกับอยู่กลายๆส่งผลให้ชานยอลต้องเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจทันที เพราะไม่แน่ใจว่าคำพูดเมื่อครู่ คนตัวเล็กฝ่ายพูดออกมาเองหรือเขาหูฝาดไปเองกันแน่

"ผมบอกว่าเพราะคุณเป็นผู้กำกับยังไงล่ะคนถึงได้ดูน่ะ หูหนวกหรือไง" กว่าจะรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป ก็ช้าไปเสียแล้ว เพราะทันทีที่จบประโยคเชิงชมเชิงต่อว่า คนเป็นผู้กำกับก็คว้าลำคอระหงของคนตัวเล็กเข้ามาประกบจูบโดยที่คนตัวเล็กยังไม่ทันได้ตั้งตัว
ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกตกใจของบรรดาทีมงานและนักแสดง คนเป็นผู้กำกับก็ไม่ได้คิดที่จะสนใจ กลับกันยิ่งลิ้มลองรสชาติหอมหวานจากอีกคนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเสพติดมากเท่านั้น คนตัวสูงกดริมฝีปากลงไปให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปสำรวจโพรงปากของอีกคนอย่างช่ำชอง เวลาผ่านไปสักพักจนคนตัวเล็กเริ่มได้สติ จึงรีบผลักคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้กำกับออกไป

"ค..คุณ ไม่อายคนอื่นบ้างหรือไง" แบคฮยอนพูดตะกุกตะกัก ก่อนจะรู้สึกหน้าร้อนผ่าวเมื่อพบว่ามีสายตานับสิบคู่กำลังจ้องมองมายังพวกเขาสองคน

"ใครสนกัน นายพูดจาไม่ดี ฉันก็ต้องลงโทษเป็นธรรมดา"

"คนเจ้าเล่ห์" พูดจบคนตัวเล็กก็รีบวิ่งหนีอีกคนไปด้วยความกระดากอายทันที โดยปล่อยให้คนขี้แกล้งมองตามจนสุดสายตาก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจที่เห็นลักษณะท่าทางประหม่าของอีกคน

"ผู้กำกับจอมวายร้าย!"

"เงียบไปเลย'โอเซฮุน' *Police liasion อย่างแกอยู่เฉยๆไปเลยครับ" เมื่อได้ยินเสียงต่อว่าจากคนที่อายุน้อยกว่า ผู้กำกับปาร์คก็หันไปบ่นทันที แต่ก็ไม่ได้จริงจังเท่าไหร่นัก เซฮุนกระตุกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะนั่งเฉยๆตามคำสั่งของอีกคน

- - - - -

*Police liasion - ผู้ติดต่อประสานงานระหว่างกองถ่ายและบุคคลภายนอก

- - - - -


หลังจากที่ถ่ายทำฉากหวานแหววไปแล้ว ตอนนี้ก็ถึงคราวต้องถ่ายฉากดราม่าที่เกาะเชจู แบคฮยอนที่ดูการแสดงถึงกับอินไปกับบทนั้นๆจนน้ำตาคลอเบ้า ส่งผลให้คนกำกับเรื่องถึงกับหลุดยิ้มออกมาให้กับความไร้เดียงสานั้นโดยไม่รู้ตัว

แต่อย่าให้พูดออกมาเชียว..

ใบหน้าหวานๆนั่นไม่เหมาะกับนิสัยการพูดเลยสักนิด

"จะเศร้าอะไรนักหนานะ" และด้วยความที่ตนเองอินกับการแสดงมากจนเกินไป ก็อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา ชานยอลหันไปมองอีกครั้งก่อนจะจับหัวอีกคนโยกไปมาอย่างอ่อนโยน

"ไม่ดราม่า ละครมันก็ไร้สีสันน่ะสิ" หลังจากที่สั่งคัทเรียบร้อยแล้ว ผู้กำกับตัวสูงก็หันมาพูดกับคนตัวเล็กที่ยืนถือน้ำอยู่ข้างๆ

"ไม่เห็นจะดีเลย"

"ไม่ดียังไงล่ะหืม"

"เพราะละครแบบนี้ทำให้คนเสียน้ำตามานักต่อนักแล้วคุณไม่รู้หรือไง" คนตัวเล็กอธิบาย

"นั่นก็เป็นเพราะตัวแสดง แสดงได้ถึงใจผู้ชมไม่ใช่หรอ"

"มันก็จริง แต่เรื่องจริงมันจะเศร้าอะไรกันขนาดนี้ล่ะ คุณไม่คิดว่าตอนนี้มันดูโอเวอร์ไปหรอ" แบคฮยอนขมวดคิ้วมองคนเป็นผู้กำกับด้วยความสงสัย

"ละครมันก็อิงมาจากชีวิตจริงทั้งนั้นแหละน่า"

"ชีวิตจริงผมไม่เห็นมีเรื่องต้องดราม่าเลย"

"นายจะมีเรื่องโดนคนรุมกระทืบเพราะปากมากกว่าน่ะสิ" ชานยอลพูดติดตลก ส่งผลใก้คนที่โดนแซวถึงกับหันขวับทันที

"ก็ผมกำลังปรับนิสัยตัวเองอยู่นี่ไง"

"ดูพูดเข้า จะทำได้ไหมน้ออออ~" ชานยอลลากเสียงยาวเป็นการหยอกล้อคนข้างๆพร้อมทั้งยักคิ้วกวนประสาทเล็กน้อย

"นี่คุณผู้กำกับขี้เก๊ก!" 

"อ๊ะ ถ้าพูดไม่ดีอีกครั้ง.." เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มจะมีน้ำโห ชานยอลก็ยกนิ้วชี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการเตือนทันที เมื่อแบคฮยอนเห็นดังนั้นก็ยอมปิดปากเงียบ แต่ก็ไม่วายเถียงออกมาจนได้ด้วยความอัดอั้น

"ก็คุณกวนประสาทผมก่อนนี่"

"ฉันกำลังฝึกนายอยู่ต่างหากล่ะ"

"แต่ว่า.."

"นี่ถ้าเถียงอีกฉันจะนับรวมว่านายพูดจาไม่ดีนะ"

"แต่.."

"และคงรู้ใช่ไหมว่าจะต้องเจอกับอะไร" เมื่อได้ยินคำขู่ของอีกคนแบคฮยอนก็รีบปิดปากเงียบทันที เหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันยังคงเด่นชัดอยู่ในใจเขา และแบคฮยอนก็ยังจำได้ไม่ลืมว่าวิธีแก้นิสัยข้อที่หนึ่งน่ะมันมีว่าอะไร..

ข้อที่ 1. วิธีแก้นิสัยปากเสีย : โดนตบปากแรงแรงหนึ่งที (by park chanyeol)

ตบปากอะไรกัน โกหกชัดชัด..



to be continue..


author : JODAI{@ChaBa}